ฐานข้อมูลส่งเสริมและยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP

 

 

 

บทนำ

              ปลาสลิดมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า ไตรโคแกสเตอร์  เพคโตราลิส (Trichogaster pectoralis)  มีชื่อสามัญว่า ซีปัด-ไซแอม (Sepat-Siam)  เป็นปลาน้ำจืดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของประเทศไทย  เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงง่าย  ทนต่อสภาวะต่างๆ ได้ดี  เช่น  ทนต่อความเป็นกรดของดินและน้ำ  ทนต่อสภาพน้ำเค็ม  ทนต่อสภาพที่มีออกซิเจนต่ำได้ดี  และค่าใช้จ่ายในการลงทุนก็ไม่สูงมากนัก  อีกทั้งในปัจจุบัน  ผู้บริโภคนิยมรับประทานปลาสลิดมากขึ้น เนื่องจากมีรสชาติดี  มีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลาชนิดอื่น และยังมีแนวโน้มในการส่งออกไปยังต่างประเทศที่สูงขึ้น (สภาผู้แทนราษฎร, 2544)  ด้วยเหตุนี้เกษตรกรจึงมีความสนใจในการเพาะเลี้ยงปลาสลิดกันอย่างแพร่หลาย

              ปลาสลิดเป็นปลาที่ไม่นิยมรับประทานสด  แต่นิยมนำมาทำเค็มและตากแห้ง  อย่างไรก็ตาม  หากมีกรรมวิธีในการแปรรูป  การเก็บรักษาหรือมีสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม  เช่น  อยู่ในอุณหภูมิสูง  เกิดการปนเปื้อนจากจุลินทรีย์  หรือจากสัตว์ก่อโรคต่างๆ  ย่อมทำให้ปลาสลิดที่ผ่านการแปรรูปแล้วเสียได้ง่าย  กรรมวิธีในการแปรรูปและการเก็บรักษา  จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ปลาสลิดสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน  ไม่เสียง่าย  ดังนั้นการแปรรูปปลาสลิดจะต้องมีกรรมวิธีที่ถูกต้องและการเก็บรักษาที่ถูกวิธี เพื่อยืดอายุของปลาสลิดให้นานที่สุด นอกจากการนำปลาสลิดมาแปรรูปในลักษณะการทำเค็มหรือตากแห้งแล้ว  ยังมีการนำมาทำผลิตภัณฑ์จากปลาสลิดประเภทอื่นๆ  ได้แก่ ปั้นสิบไส้ปลาสลิด  คุกกี้ทองม้วนสอดไส้ปลาสลิด ทองพับสอดไส้ปลาสลิด  น้ำพริกตาแดงปลาสลิด  ปลาสลิดทอดกรอบบางบ่อ  เป็นต้น  ซึ่งนับว่าเป็นการต่อยอดผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายและมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น